วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
น่านเร่งคัดกรองเด็ก หลังพบเป็นไข้จำนวนมาก
วันนี้(10 ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดน่าน ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลน่านได้เข้าตรวจคัดกรองเด็กนักเรียนระดับ อนุบาล ถึงประถม 6โรงเรียนราชานุบาล ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ที่ป่วยเป็นไข้หวัดมีอาการตัวร้อน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอและจามซึ่งพบว่ามีเด็กนักเรียนจำนวน 38 คน ที่มีไข้สูงประมาณ 38 องศาเซลเซียสครูต้องนำเด็กนักเรียนที่ป่วยแยกออกจากชั้นเรียน เพื่อนำมาตรวจคัดกรอง และหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิในร่างกายเด็กแล้วได้ทำการ ซักประวัติความเสี่ยง และได้ให้คำแนะนำในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เช่นการใช้หน้ากากอนามัย การล้างมือที่ถูกวิธี รวมทั้งจะให้เด็กนักเรียนทั้ง 38 คนหยุดเรียนเป็นเวลา 3 วัน เพื่อรักษาอาการป่วยที่บ้านหากพบว่ายังมีอาการไข้ต่อเนื่องและไม่ดีขึ้น จะต้องนำสารคัดหลั่งส่งตรวจหาเชื้อที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดเชียงใหม่ต่อไป
ในขณะที่โรงเรียนสตรีศรีน่าน ทำการปิดโรงเรียนเป็นเวลา 2 วันหลังพบว่ามีนักเรียนป่วยติดเชื้อไข้หวัด 2009 จำนวน 2 รายเพื่อทำการล้างอาคาร สถานที่ โต๊ะ เก้าอี้นักเรียน ที่จับประตู หน้าต่างราวบันไดและจุดเสี่ยงที่จะมีเชื้อติดได้เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ ระบาด สำหรับสถานการณ์สถานการณ์ของโรค จากการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ พบผู้ป่วยจำนวน 3,638 ราย เป็นผู้ป่วยในข่ายเฝ้าระวังจำนวน 26 ราย ผลการตรวจยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบเป็นผู้ป่วยโรคนี้ จำนวน 3 ราย ผลตรวจเบื้องต้นจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ 9 ราย อยู่ระหว่าง รอผลตรวจ 2 ราย ตัดออกจากระบบการเฝ้าระวัง 12 ราย.
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
น่านจับแก๊งเงินกู้นอกระบบร้อยละ20ต่อเดือน
ตำรวจซุ่มจับแก๊งเงินกู้นอกระบบ คิดดอกเบี้ย ร้อยละ 20 ต่อเดือน เกินกว่ากฎหมายกำหนด พบเป็นนายที่จ.อุทัยธานี ...
วานนี้ (30 มิ.ย.) พ.ต.อ.วิโรจน์ วชิรัคกุล ผกก.สภ.เมืองน่าน พ.ต.ท.ชาตรี หทยะวัฒน์ รอง ผกก.(สส.)ฯพ.ต.ท.ทวีศักดิ์ อยู่รักชาติ หน.ชุดเฉพะกิจ ภ.จ.น่าน พร้อมด้วย ด.ต.นพพร ศรีใจวงศ์ จ.ส.ต.สำรวย โนราช จ.ส.ต.อำนวย ฑีฆาวงศ์ จ.ส.ต.วิวัฒน์ ซาวจำปา ส.ต.ท.ประทีป ชัยวุฒิ ส.ต.ท.สาคร ขันทะบุตร ส.ต.ท.โยธิน สายยาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน ประจำ ภ.จ.น่าน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายบัวรัมย์ แสนอินทร์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 6 หมู่ 5 ต.หนองงูเหลือม อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีษะเกษ นายบัญชา ละมูล อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 238 หมู่ 3 ต.ภูเงิน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีษะเกษ พร้อมด้วยของกลาง ธนบัตร รัฐบาลไทย หมายเลข 1 ธ. 9969114 ,6 พ.3509920 จำนวน 2 ฉบับ (ใช้ในการล่อจับกุม ) ธนบัตร รัฐบาลไทย ฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 2 ฉบับ ฉบับละ 500 บาท จำนวน 4 ฉบับ ฉบับละ 100 บาท จำนวน 40 ฉบับ ฉบับละ 50 บาท จำนวน 1 ฉบับ รวมเป็นเงิน 8,050 บาท สมุดฝาก ธนาคาร กรุงไทย สาขาน่าน ประเภท ออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 507-0-63140-3 เปิดในนาม นายบัวรัมย์ แสนอินทร์ จำนวน 1 เล่ม บัตร เอ.ที.เอ็ม ของธนาคารกรุงไทย จำกัด จำนวน 1 บัตร รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน คงร. 59 เชียงราย จำนวน 1 คัน กระเป๋าคาดเอว สีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ
หลังจากที่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2552 เวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีนายบัวรัมย์ แสนอินทร์ และ นายบัญชา ละมูล มีพฤติการณ์ให้เงินกู้โดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อได้รับแจ้งแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้สืบสวนจนทราบว่า บุคคลทั้งสองคนมีพฤติการณ์ตามที่ได้รับแจ้งจริง จึงได้วางแผนจับกุม โดยได้นำธนบัตรของกลาง ไปถ่ายเอกสาร และลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ดักซุ่มอยู่ที่บริเวณที่เกิดเหตุร้านครัวคุณติ๋ว ซอย 3 ราษฎร์อำนวย ต.ในเวียง อ..เมือง จ.น่าน และมอบให้กับผู้แจ้ง ต่อมาได้มีนายบัวรัมย์ แสนอินทร์ และ นายบัญชา ละมูล ผู้ต้องหา ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลาง ซ้อนท้ายกันมา และเก็บเงินกู้จากผู้แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว
จากการสอบสวนนายบัวรัมย์ และนายบัญชา ในเบื้องต้นให้การรับสารภาพ ว่า ได้ออกเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ยอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้จริง โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 20 บาท ต่อเดือน โดยมี นายทุน จาก จ.อุทัยธานี ชื่อ นายคาคม สงวนพงษ์ เป็นนายทุน ให้ ผู้ต้องหาทั้งสองคนมาปล่อยเงินกู้ โดย ผู้ต้องหาทั้งสองคน เมื่อเก็บได้แล้ว จะโอนเงินเข้าบัญชี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวนายบัวรัมย์ และนายบัญชา พร้อมของกลางนำส่ง ร.ต.ท.นที สุทธน้อย ร้อยเวร สภ.เมืองน่าน แจ้งข้อกล่าวหาว่า ให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ (ร้อยละสิบห้าต่อปี) อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติ ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกิน อัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย